มวลอากาสเย็นที่กำลังเล่นงานรัสเซียกับยุโรปแถบตะวันออก เคลื่อนตัวไปยังยุโรปตะวันตกแล้ว ทำให้หลายพื้นที่เกิดภัยหนาวอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ทั้งยังส่งผลกระทบถึงบางประเทศในแอฟริกาเหนือด้วย...
สำนักข่าวต่าง ประเทศรายงานเมื่อวันที่ 5 ก.พ. ว่า มวลอากาสเย็นที่ปกคลุมพื้นที่ยุโรปตะวันออก ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 218 ราย หลายประเทศ โดยเฉพาะในยูเครนที่มีผู้เสียชีวิตเพิ่มมากถึง 122 ราย กำลังเคลื่อนตัวไปทางตะวันตกของทวีป ทำให้อาการเย็นลงแทบทุกพื้นที่ในยุโรป และในแอฟริกาเหนือบางประเทศด้วย
ที่อังกฤษ อิทธิพลจากอาการศหนาวจนถึงจุดเยือกแข็งและหิมะที่ตกหนัก ทำให้สนามบินฮีธโรว์ ประกาศจะลดเที่ยวบินลงในวันอาทิตย์ (ตามเวลาท้องถิ่น) ขณะที่ในกรุงโรมของอิตาลี เกิดหิมะตกท่วมสูงในบริเวณโบราณสถาน 'โคลอสเซียม' เป็นครั้งแรกในรอบ 27 ปี นอกจากนี้ ตอนกลางและภาคใต้ของประเทศยังเกิดปัญหาไฟฟ้าดับ ส่งผลกระทบต่อประชาชนราว 1.6 แสนคน

ขณะ เดียวกันจำนวนผู้เสียชีวิตที่ยูเครน ซึ่งได้รับผลกระทบจากภัยหนาวครั้งนี้มากที่สุด เพราะอุณหภูมิลดต่ำลงถึง -33 องศาเซลเซียสมานานกว่า 8 วัน ทั้งยังเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ บางรายถูกฝังทั้งเป็นใต้กองหิมะและยังหาศพไม่พบ ด้านประธานาธิบดีของโครเอเชีย และเซอร์เบีย ซึ่งเดินทางไปพบปะกับผู้นำของบอสเนียที่ภูเขายาโฮรินา ทางตะวันออกเฉียงใต้เมื่อวันศุกร์ ยังไม่สามารถเดินทางกลับประเทศได้เพราะติดพายุหิมะ
มวลอากาสเย็นยัง ส่งผลกระทบถึงบางภูมิบางในแอฟริกาเหนือ เช่นในประเทศแอลเจอร์สมีหิมะตกแบบผิดธรรมชาติท่วมสูง 10 ซม. เป็นครั้งแรกในรอบ 8 ปี
ทั้งนี้ บริษัทผู้ส่งออกแก๊สของรัสเซียออกมาแถลงว่า พวกเขาไม่สามารถจัดส่งเชื้อเพลิงให้เท่ากับปริมาณที่ยุโรปเรียกร้องมาได้ แม้จะพยายามเร่งกำลังการผลิตอย่างเต็มที่แล้วก็ตาม เนื่องจากต้องรับมือกับภัยหนาวในรัสเซียด้วยเช่นกัน ซึ่งทำให้บริษัทจำเป็นต้องลดกำลังการผลิตลงเป็นเวลา 2-3 วัน จนกว่าสถานการณ์จะกลับเป็นปกติ


























