ตอนที่สองกับการขับขี่ทดสอบเต็มรูปแบบบนตัวรถ All New Mazda
BT-50 Pro 2012
เพื่อพิสูจน์ประสิทธิภาพและสมรรถนะของรถปิกอัพรุ่นล่าสุดจากค่าย Zoom Zoom
ในเส้นทางทุรกันดารของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
มุ่งสู่เมืองหลวงพระบาง เมืองมรดกโลกเก่าแก่บนระยะทางกว่า 480
กิโลเมตรท่ามกลางขุนเขาและธรรมชาติที่งดงาม...
30 มกราคม 2555 06.00
น. ผมและคณะสื่อมวลชนสายยานยนต์ออกเดินทางโดยสารการบิน Air Asia
ด้วยเครื่อง Airbus A320 มุ่งหน้าสู่ท่าอาาศยานประจำจังหวัดอุดรธานี
ตามคำเชิญของ Mr. Choichi Yuki ประธานบริหาร Mazda Sales Thailand
เพื่อทดสอบรถปิกอัพรุ่นใหม่ล่าสุด All New Mazda BT-50 Pro โดยทีม PR ของ
Mazda Sales Thailand กำหนดเส้นทางทดสอบในวันแรก
จากโชว์รูมส์อุดรเจริญศรีของค่าย Mazda มุ่งหน้าสะพานมิตรภาพไทย-ลาว
บริเวณหนองคาย แล้วขับผ่าเข้าไปในตัวเมืองหลวงเวียงจันทน์
ลัดเลาะไปในตัวเมืองแล้ววิ่งเข้าไปยังจุดแวะพักที่เมืองวังเวียง
ก่อนที่จะบ่ายหน้าเข้าสู่ตัวเมืองหลวงพระบาง
เมืองมรดกโลกซึ่งเป็นเมืองหลวงเก่าแก่ของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
รวมระยะทางของการขับทดสอบ All New Mazda BT-50 Proในวันแรกเกือบ 500
กิโลเมตร



10.00
น. ขบวนรถทดสอบ New Mazda BT-50 Pro ทั้ง 19 คัน กับรถเจ้าหน้าที่ของ
Mazda อีก 3 คัน และรถพยาบาลอีก 1 คัน
ออกเดินทางจากโชว์รูมส์อุดรเจริญศรีเพื่อผ่านจุดตรวจของด่านตรวจคนเข้า
เมืองบริเวณสะพานมิตรภาพไทย-ลาว ระยะทางในช่วงเช้าประมาณ 60 กิโลเมตร
จากอุดรไปยังหนองคายซึ่งเป็นแนวตะเข็บชายแดนติดต่อกับสาธารณรัฐประชาธิปไตย
ประชาชนลาว เป็นการวิ่งแบบสบายๆ บนทางลาดยาง 4 เลนด้วยความเร็วประมาณ 120
กิโลเมตรต่อชั่วโมงเพื่อทำความคุ้นเคยกับตัวรถ
ก่อนที่จะเข้าสู่ช่วงที่สองของเส้นทางที่ใช้ในการทดสอบครั้งนี้
ที่ต้องขับผ่านทางหลากหลายรูปแบบที่พร้อมจะทำลายช่วงล่างของรถทุกคันในลาว
ผมจับคู่กับ Kingsley Wijayasinhaz ผู้สื่อข่าวจากหลังสือพิมพ์ The Nation
บนตัวรถทดสอบ Mazda BT-50 Pro 3.2 R 4x4 6AT
ซึ่งเป็นตัวรถรุ่นท็อปวางเครื่องยนต์ 3,198 ซีซี กำลัง 200 แรงม้า
กับแรงบิด 470 นิวตันเมตร พร้อมชุดส่งกำลังแบบอัตโนมัติ 6 สปีด SSC
-Sequential Shift Control
ที่สามารถปรับเปลี่ยนการทำงานแบบอัตโนมัติมาเป็นแมนนวลได้ด้วยการโยกคัน
เกียร์มาทางด้านขวามือ รวมถึงกลไกขับเคลื่อน 4
ล้อที่มีประสิทธิภาพออกแบบมาเพื่อรองรับการลุย
โดยที่ผู้ขับสามารถปรับสวิตช์ควบคุมระบบขับเคลื่อนจาก 2 มาเป็น 4
ล้อได้โดยไม่ต้องหยุดรถอีกต่อไป
ภายใต้เรือนร่างที่แปลกแหวกแนวและทันสมัยของรถปิกอัพรุ่นใหม่จาก Mazda
ซึ่งใช้การนำเสนอดีไซน์ที่คล้ายกับรถเก๋งบนเรือนร่างรถปิกอัพคันโต
ทีมวิศวกรจาก Mazda 5
คนซึ่งเป็็นชาวอาทิตย์อุทัยทั้งหมดร่วมเดินทางไปกับขบวนรถทดสอบ
เป็นการเตรียมเก็บข้อมูลจากสื่อมวลชนเพื่อนำไปพัฒนาในโมเดลต่อไป
ไม้แรกของการขับทดสอบในช่วงเช้า ผมรับหน้าที่หวดเจ้า New BT-50 Pro สีขาว
Cool While A2W จากอุดรไปยังเมืองวังเวียง
รวมระยะทางที่จะต้องขับทั้งหมดก่อนที่ Kingsley Wijayasinhaz
จะเข้ามารับช่วงขับต่อประมาณ 237 กิโลเมตร



สะพาน
มิตรภาพไทย-ลาว
อุดมไปด้วยรถบรรทุกนานาชนิดที่จอดรออยู่สองข้างทางเพื่อมุ่งหน้าไปยังเมือง
หลวงเวียงจันทน์ กว่าจะฝ่าด่านตรวจคนเข้าเมืองของลาวไปได้ ขบวนรถทดสอบ New
BT-50 Pro ทั้งหมดต้องใช้เวลากว่า 30 นาที
หลังจากนั้นรถทุกคันจะต้องเปลี่ยนมาวิ่งในเลนขวาทั้งหมด
สภาพเส้นทางหลังจากเข้าสู่ดินแดนของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว จากถนน 4
เลน เรียบๆ ของเส้นอุดร-หนองคาย-ด่านตรวจคนเข้าเมืิองของประเทศลาว
ประตูสู่เส้นทางตะลุยอินโดจีนในทริปทดสอบครั้งนี้ ถนนหดลงเหลือเพียง 2
เลนสวน พื้นผิวของถนนอุดมไปด้วยหลุมและบ่อขนาดยักษ์
ทางบางช่วงก่อนถึงเมืองเวียงจันทน์โดนน้ำป่ากัดเซาะจนขาดออกเป็นช่วงๆ
ทำให้มันมีสภาพไม่แตกต่างไปจากโลกพระจันทร์เท่าใดนัก
การขับขี่ควบคุมตัวรถทดสอบจึงถูกเพิ่มความยากขึ้นไปอีกระดับ
จากที่เคยวิ่งกันแบบชิลล์ๆ
ในฝั่งไทยกลับต้องมาระวังหลุมหล่มขนาดยักษ์ที่มีอยู่ทุกๆ ระยะ 1-200 เมตร
ผมคิดว่า
นี่แหละคือเส้นทางที่เหมาะสมในการใช้ทดสอบสมรรถนะของรถปิกอัพตัวใหม่ล่าสุด
จากค่าย Zoom Zoom ให้สื่อมวลชนได้เห็นประสิทธิภาพของตัวรถอย่างแท้จริง



ถนน
ของ สปป.ลาวช่วงก่อนถึงเวียงจันทน์ และหลังจากออกจากตัวเมือง
สามารถทำลายช่วงล่างของรถทุกชนิดได้ภายในพริบตาหากคุณขับเพลินไม่ระมัดระวัง
จนไปตกหลุมตกร่องเข้า
ผมขอเตือนสติท่านที่คิดจะเดินทางท่องเที่ยวโดยนำรถข้ามไปฝั่งลาวแล้วใช้ถนน
เส้นนี้ให้ระมัดระวัง
หรือหากเป็นไปได้ควรยกเลิกความคิดที่จะขับบนถนนเส้นนี้ไปเลยดีกว่า
นอกจากมันจะทำให้ช่วงล่างของรถคุณพังก่อนเวลาอันควรแล้ว
ทางเส้นนี้ยังอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุขึ้นได้จากสภาพที่พังวินาศสันตะโร
ยาวกว่า 250 กิโลเมตร ถนนทั้งหมดในเส้นทางมุ่งสู่เมืองวังเวียง
ผุพังอย่างกับผ่านสงครามในยุค 1970 ช่วงที่ประเทศลาวรบกับพวกอเมริกา
ซึ่งผมคิดว่าคงมีเพียงแค่รถตีนตะขาบเท่านั้นที่สามารถวิ่งไปได้แบบชิลล์ๆ
พายุไต้ฝุ่นและโซนร้อนสี่ลูกในช่วงกลางปี 2554
ได้จัดการกับเส้นทางที่มุ่งสู่เมืองวังเวียงจนแทบไม่เหลือซาก
ทางลูกรังบางช่วงกับฝุ่นที่ฟุ้งกระจายจนมองไม่เห็นท้ายรถคันหน้า
สร้างความกดดันในขณะที่ต้องขับตามกันไปเป็นขบวนกว่า 23 คัน



ตำแหน่ง
ของการนั่งที่สูงกว่าปกติตามสไตล์รถขับเคลื่อน 4
ล้อที่เน้นการลุยพื้นที่ทุรกันดารของ New BT-50 Pro 32.L
ช่วยให้การมองเห็นกว้างไกลมากยิ่งขึ้น ที่ผมชอบมากที่สุดคือ
พวงมาลัยหุ้มหนังแบบสามก้านติดสวิตช์มัลติฟังก์ชั่น
มันให้ความรู้สึกในการหมุนที่ดีแทบไม่แตกต่างไปจากรถเก๋งของค่าย Zoom Zoom
วงพวงมาลัยเล็กกะทัดรัดยังกับของรถสปอร์ต MX-5 และถูกปรับเซตมาเป็นอย่างดี
อาการของพวงมาลัยค่อนข้างไว และคมจนทำให้ผมรู้สึกแปลกใจ
มันเหมาะมากกับการหักหลบหลุมบ่อจากน้ำหนักของชุดบังคับเลี้ยวที่มีความเบา
สบาย และเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นของเจ้า BT-50 Pro ที่ Mr. Takasuke Kobayashi
กับทีมพัฒนา ได้ลงมือลงแรงอย่างหนักเพื่อให้มันออกมาสมบูรณ์แบบมากที่สุด
บนเส้นทางจากเวียงจันทน์ไปหลวงพระบางหรือถนนสาย 13
เป็นเส้นทางวิ่งบนเขาตลอด 13 ชั่วโมง
ท่ามกลางสภาพภูมิประเทศแบบเทือกเขาสูงชันพร้อมด้วยวิวทิวทัศน์สองข้างทางที่
สวยงามและดิบเถื่อน ช่วยทำให้การเดินทางมาทดสอบรถ New BT-50 Pro
ในครั้งนี้มีทั้งความงามของธรรมชาติและอันตรายจากเส้นทางควบคู่กันไปจนถึง
จุดหมาย



เส้น
ทางเริ่มต้นจากเวียงจันทน์ไปวังเวียงประมาณ 5 ชั่วโมง
เป็นทางลาดยางสลับลูกรัง และดินที่แย่และเลวร้ายมาก
คุณต้องเจอกับรถบรรทุกขนาดใหญ่ (มาก) ที่แล่นสวนมา จักรยาน รถจักรยานยนต์
กับชาวบ้าน และหมู่บ้านสองข้างทางที่เต็มไปด้วยเด็กเล็กๆ
วิ่งเล่นอยู่ใกล้กับถนน สัตว์เลี้ยงพวกเป็ด ไก่ วัว หมูป่า และแพะ
สภาพเน่าสุดจะบรรยายของถนนสร้างปัญหาให้กับการควบคุมบ้างแต่ไม่มากนัก
ระบบรองรับหรือชุดกันสะเทือนของ New BT-50 Pro ดีขึ้นกว่าตัวก่อนมาก
และให้ความนิ่มนวลในระดับที่ดี
มันนั่งได้สบายก้นบนเบาะหนังสีดำของตัวรถรุ่นท็อปสุด
เบาะออกแบบมาเพื่อการเดินทางไกลยังช่วยลดอาการเมื่อยล้า
เมื่อต้องนั่งกันยาวนานกว่า14 ชั่วโมง ช่วงล่างที่ Mr. Takasuke Kobayashi
หัวหน้าทีมวิศวกรในโครงการ BT-50 ตั้งชื่อว่า Super DE-S
ด้านหน้าใช้ปีกนกคู่ Double Wishbone คอยสปริงกับยาง Michelin Cross
Terrain 265/65/R17 ต้องทำหน้าที่อย่างหนักหน่วงในการรับแรงกระแทกจากหิน
กรวดลูกรัง หลุมแอ่งขนาดใหญ่ที่สามารถให้ควายลงไปนอนเล่นได้ทั้งตัว
สภาพกระเด้งกระดอนทำให้ข้อมือกับนิ้วมือของผม
ต้องทำงานอย่างหนักในการกุมพวงมาลัยบังคับทิศทางเพื่อหลบหลุมบ่อตลอดเวลา
เมื่อเข้าใกล้จุดแวะพักก่อนถึงวังเวียงเป็นถนนขึ้นลงเขาที่แย่พอๆกับช่วงทาง
ตรง บางช่วงทั้งขบวนต้องติดรถบรรทุกหนักที่กำลังขึ้นเขา
กว่าจะถึงตัวเมืองวังเวียงได้ก็ปาเข้าไป 15.45 น. (ออกจากโชว์รูมส์อุดร
10.15 น.)



แรง
บิด 470 นิวตันเมตรที่ 1750-2500 รอบต่อนาทีของเครื่องยนต์ Di-Thunder Pro
ขนาด 3.2 ลิตร ได้มาจากเทอร์โบ VN
ที่มีอินเตอร์คูลเลอร์ช่วยลดอุณหภูมิของอากาศก่อนอัดเข้าสู่ห้องเผาไหม้
เทอร์โบแปรผัน Variable-Nozzie Turbocharger
มีโข่งที่ใหญ่โตขึ้นเพื่อช่วยเพิ่มแรงบูสต์ในขณะกดคันเร่งเพื่อเรียกแรงบิด
เครื่อง 5 สูบ 20 วาล์วแบบดับเบิ้ล โอเวอร์เฮด
แคมชาร์ฟตัวใหม่ทำงานได้ลื่นไหลเมื่อจับคู่กับคันเร่งไฟฟ้าแบบ Drive By
Wire
ลิ้นปีกผีเสื้อจะขยับเปิด-ปิดไปตามองศาของการกดคันเร่งจากฝ่าเท้าของผู้ขับ
โดยมีเซ็นเซอร์คอยควบคุมเพื่อความแม่นยำ หัวฉีดคอมมอนเรล ไดเรค
อินเจคชั่นยังถูกพัฒนาในระดับสูงสุด มันทันสมัยจากการออกแบบ
และจัดวางชุดหัวฉีดภายในเครื่องยนต์ใหม่หมดเพื่อความแม่นยำ เครื่องยนต์
Di-Thunder Pro ขนาด 3.2 ลิตร
ตัวนี้ให้แรงบิดที่มาตั้งแต่รอบต่ำในช่วงออกตัวไปจนถึงรอบกลางๆ
การวิ่งทางตรงยาวๆ
มีรอบการทำงานต่ำกว่าปกติเพื่อลดอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง
ในรอบเครื่องยนต์ที่ 3000-4500 รอบต่อนาที ห้องโดยสารของเจ้า New BT-50 Pro
3.2 ยังคงซับเสียงจากภายนอกได้ดี ในจุดแวะพักเข้าห้องน้ำ Mr.Shinya
Takahashi เจ้าหน้าที่วางแผนผลิตภัณฑ์ภูมิภาคของ Mazda Sales (Thailand)
Co.ltd เดินเข้ามาถามผมถึงเรื่องการเก็บเสียงภายในห้องโดยสารของเจ้า New
BT-50 Pro 3.2 ในระหว่างช่วงของการขับลุยเส้นทางวิบาก โดยภาพรวมแล้ว
ห้องโดยสารของ New BT-50 สามารถซับเสียงได้ดี
แต่ผมไม่ได้ให้ความสนใจมากนักเนื่องจากชอบเปิดเพลงดังๆในระหว่างการขับทดสอบ
คำตอบของผมจึงสร้างเสียงหัวเราะให้กับวิศวกรและทีมงาน Mazda
จากประเทศญี่ปุ่นได้พอสมควร



ชุด
ส่งกำลังในรุ่น 3.2 ลิตร มีให้เลือกทั้งแบบเกียร์ธรรมดา 6 สปีด
กับเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีดแบบทริปทรอนิกส์ ในตัวรถทดสอบคันนี้คือ
เกียร์อัตโนมัติที่แสนจะสบายมือ
เมื่อผมและเพื่อนร่วมทริปต้องขับขึ้น-ลงเขาสูงชันยาวนานกว่า 14 ชั่วโมง
มันช่วยให้การขับสะดวกสบาย และไม่เหนื่อยล้ามากนัก
คุณไม่ต้องคอยเปลี่ยนเกียร์เหยียบคลัตช์มือเป็นระวิงจากสภาพทางแบบขึ้น
เขา-ลงห้วยที่ยาวกว่า 400 กิโลเมตร
เมื่อต้องประคองรถวิ่งลงทางที่ลาดชันมากๆ
ก็เพียงแค่โยกคันเกียร์ให้อยู่ในตำแหน่ง +/- แล้วคอยลดตำแหน่งเกียร์
ขึ้นหรือลง แค่นั้นแล้วหมุนพวงมาลัยไปตามทิศทางของทางโค้งขึ้น-ลงภูเขา
มันง่าย และให้ความผ่อนคลายในการควบคุมได้เป็นอย่างดี
เห็นได้อย่างชัดเจนในช่วงทดสอบพิเศษของวันที่สอง
สื่อมวลชนที่ขับตัวเกียร์ธรรมดามาจากอุดรฯ
ต่างเรียกหารถเกียร์อัตโนมัติกันให้วุ่นวายไปหมดทั้งทีม



รถ
ทดสอบ New BT-50 Pro ทั้ง 19
คันออกเดินทางต่อจากเมืองวังเวียงไปยังเมืองหลวงพระบาง
หลังจากพักทานข้าวเที่ยงในเวลาประมาณ 16.30 น. เหลือระยะทางอีกกว่า 200
กิโลเมตรในช่วง "เจ้าภูเขา" ที่สื่อมวลชนในทีมทดสอบรถปิกอัพตัวใหม่ของ
Mazda จะต้องขับขึ้น-ลงทางชัน ยาวตลอดอีกประมาณ 8
ชั่วโมงไปจนถึงตัวเมืองหลวงพระบางที่ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของ สปป.ลาว
ไม้ต่อไปจึงเป็นหน้าที่ของ Kingsley Wijayasinhaz
ผู้สื่อข่าวจากหลังสือพิมพ์ The Nation ที่เข้ามารับหน้าที่กุมพวงมาลัย
ส่วนผมย้ายไปนั่งในตำแหน่งผู้โดยสารตอนหน้าเพื่อคอยดูเส้นทางที่อุดมไปด้วย
เหวลึกสุดลูกหูลูกตา
เคยมีทีมคาราวานท่องเที่ยวหลายคณะมาพลาดในเส้นทางนี้จนถึงกับเสียชีวิตมา
แล้วจากการขับตกเหว ผิวถนนดีขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย
แต่ขับได้ยากกว่าจากไหล่ทางที่คับแคบ และเต็มไปด้วยอันตราย
ทั้งจากรถใหญ่ที่แล่นสวนมากับชาวบ้าน และสัตว์เลี้ยงที่อยู่บนถนน
เสียงวิทยุติดต่อจากรถนำขบวนคอยแจ้งเตือนอุปสรรคดังตลอดเวลา
คอยบอกจังหวะของการแซง ผู้คน
เด็กและหมาแมวเป็ดไก่ที่วิ่งตัดเลนเข้ามาในขบวนรถทดสอบ



18.30
น. ฟ้าเริ่มมืดลงจนทำให้ทัศน์วิสัยของการมองแย่ลงไปอีก
ตามด้วยอุณหภูมิที่ดิ่งลงจาก 28 องศาฯ ในช่วงเย็นเหลือเพียง 17.5
องศาเซลเซียส
เมื่อวิ่งอยู่บนไหล่เขาบางลูกที่มีความสูงจากนับจากระดับน้ำทะเลกว่า
1,900-2,300 เมตร Kingsley ขับทิ้งระยะห่างจากรถเบอร์ 2
เพื่อความปลอดภัยจากการขับชนท้ายกันเองในขบวน
ระบบควบคุมความเร็วขณะขับลงทางชันหรือ Hill Descend Control
รวมถึงระบบออกตัวจากทางลาดชันหรือ Hill Lanch Assist ช่วยให้การควบคุมเจ้า
BT-50 บนเส้นทางหฤโหดเส้นนี้มีความง่ายดายขึ้น
กลไกเซ็นเซอร์ของระบบควบคุมการเสถียรภาพของการทรงตัวหรือ Dynamic Stability
Control ยังช่วยทำให้การขับเข้าสู่ทางโค้งอันตรายได้ดีขึ้น
มันจะเข้ามาแทรกแซงทันทีที่เห็นว่าล้อข้างใดข้างหนึ่งเริ่มสูญเสียการยึด
เกาะ ระบบเบรกที่มีตัวช่วยทั้ง ABS และ EBA (Emergency Brake Assist)
คอยป้องกันการล็อกของล้อแต่ละข้างในระหว่างใช้เบรก
และชุดเพิ่มแรงเบรกฉุกเฉินแทบไม่ได้ถูกใช้งาน
เนื่องจากระดับความเร็วที่ใช้ไม่สูงมากจนระบบทำงาน
จากการคำนึงถึงความปลอดภัยในขบวนทดสอบที่ต้องขับตามกันมาเป็นแถวทั้ง 19 คัน
ยาวเหยียดยังกับงูกินหาง ไฟหน้าแบบฮาโลเจนถูกใช้สลับกันระหว่างไฟสูง
และต่ำไปตลอดทาง ความมืดของถนนที่วกไปวนมานับพันโค้งกัดกร่อนกำลัง
และเพิ่มความล้าจากการต้องจ้องมองเส้นทางและกะระยะแซงให้กับสื่อมวลชนทุกคน
ที่ขับฝ่าไปบนเส้นทางนี้ วังเวียง-หลวงพระบาง
คือเส้นทางปราบเซียนอย่างแท้จริง
แต่มันกลับเหมาะมากสำหรับพวกบ้าขับรถที่คุณจะต้องใช้เวลาอยู่บนรถยาวนานกว่า
8 ชั่วโมง ตั้งแต่ออกจากตัวเมืองวังเวียง เมืองเล็กๆ
ที่ฝรั่งนักท่องเที่ยวชอบไปแวะพักก่อนจะเดินทางต่อไปยังหลวงพระบาง




23.05
รถทดสอบ New BT-50 Pro และทีมเจ้าหน้าที่ของ Mazda ทั้ง 22 คัน
ก็เดินทางมาถึงยังตัวเมืองหลวงพระบาง สภาพของ BT-50 Pro ทุกคันยังคงปกติดี
มีเพียงฝุ่นลูกรังสีแดง เศษดินโคลนที่ติดบริเวณซุ้มล้อ
และยางกับคราบแมลงด้านหน้ากระจังเท่านั้นที่บ่งบอกว่ามันลุยมาไกลมากๆ
จากชายแดนของประเทศไทย ผมเข้านอนแต่หัวค่ำเนื่องจากวันพรุ่งนี้ในตอนเช้า
จะเป็นช่วงทดสอบพิเศษระยะทาง 19
กิโลเมตรกลางป่าในเส้นทางมุ่งสู่น้ำตกตาดแส้
น้ำตกแห่งใหม่ที่เพิ่งจะถูกพัฒนาให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวเมื่อไม่นานมา
นี้ 09.15 น. เช้าวันรุ่งขึ้น รถทดสอบทั้ง 19
คันออกเดินทางจากโรงแรมที่พักไปยังน้ำตกตาดแส้
วันที่สองผมต้องขับคนเดียวเนื่องจากเพื่อนร่วมทางขอนอนพักอยู่ที่โรงแรม
วันนี้ผมเปลี่ยนรถทดสอบจากรุ่นสูงสุด 4 ประตูดับเบิ้ลแค็บ มาเป็นรุ่น 2.2
Hi-Racer เกียร์ธรรมดา 6 สปีด เครื่องยนต์ 2.2 ลิตร 150 แรงม้ากับอีก 375
นิวตันเมตร เมื่อออกจากหลวงพระบางได้เพียงแค่ 5 กิโลเมตร
ทางเริ่มขึ้นเขาลงห้วยสูงชันเหมือนเดิม เกียร์ธรรมดา 6 สปีดของเจ้า BT-50
Pro ถูกออกแบบให้มีระยะการเข้าเกียร์ที่สั้นและกระชับมาก
รวมถึงแป้นคลัตช์ก็ยังมีน้ำหนักที่พอดีเท้า ออกไปในแนวค่อนข้างเบาสบาย
ทำให้การขับขีีมีความแตกต่างจากรถปิกอัพปกติพอสมควร เพียงแค่ถอนคลัตซ์เบาๆ
เจ้าNew BT-50 Pro 2.2 ก็เคลื่อนตัวออกไปอย่างง่ายดาย
เส้นทางในช่วงทดสอบพิเศษระยะทาง 19 กิโลเมตร ใช้เวลาวิ่งเพียงแค่ 45 นาที
ก็ถึงยังที่หมายซึ่งเป็นน้ำตกขนาดไม่ใหญ่มากนัก
ดูไปแล้วน้ำตกตาดแส้แห่งนี้มีความคล้ายกับน้ำตกเอราวัณอยู่พอสมควร
จากหินปูนและระดับความชันที่มีความใกล้เคียงกันมาก
ทีมสื่อมวลชนใช้เวลานั่งเล่นไม่นานนักก็ออกเดินทางกลับสู่เมืองหลวงพระบาง
เพื่อเข้าเยี่ยมชมวัดวาอารามในช่วงบ่าย
ตามโปรแกรมที่ได้ถูกจัดเตรียมไว้ล่วงหน้าจากทีม PR ของ Mazda Sales
Thailand Co.ltd




12.45
น. วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2555 ที่ระดับความสูง 32,000 ฟุต บนเครื่อง ATR-72
ของสายการบิน Bangkok Airway
ในเที่ยวบินขากลับมุ่งหน้าสู่สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ
ผมคิดถึงสภาพการขับทดสอบทั้งสองวันของ All New Mazda BT-50 Pro
โดยภาพรวมแล้ว เจ้ารถปิกอัพยกสูงจากค่าย Zoom Zoom คันนี้
เหมาะสมมากกับสภาพการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปของโลกในยุคปัจจุบัน
สภาวะอากาศที่แปรปรวน ฝนตกน้ำท่วม สามารถเกิดขึ้นได้ไม่เลือกวันเวลา
และสถานที่อีกต่อไป
การเลือกใช้รถของคนไทยจะมีมุมมองที่กว้างมากขึ้นจากสถานการณ์เลวร้ายที่เกิด
ในช่วงปลายปีที่ผ่านมาจากมหาอุทกภัยครั้งใหญ่
รถปิกอัพยกสูงคือการตอบโจทย์ที่ดีในการเลือกซื้อพาหนะที่สามารถวิ่งลุยน้ำ
ท่วมได้ดีกว่ารถเก๋ง
แถมยังมีประสิทธิภาพมากพอในการบรรทุกสิ่งของจำนวนมากที่กระบะหลัง รถ New
Mazda BT-50 Pro มีช่วงล่างที่ซับแรงสั่นสะเทือนที่เกิดจากการกระแทกได้ดี
มันมีพวงมาลัยที่เหนือกว่าปิกอัพทุกคันที่อยู่ในตลาด
และให้การควบคุมที่แม่นยำใกล้เคียงรถซีดาน เครื่องยนต์ 3.2 ลิตร
มีกำลังเหลือเฟือสำหรับการลุย คันเร่งไฟฟ้าตอบสนองในระดับที่ดี
ถึงแม้มันจะรีเลย์ไปบ้างแต่ก็เพียงเล็กน้อยซึ่งเกิดจากขั้นตอนของการปรับ
ตั้งจากโรงงาน ที่วิศวกรต้องการให้ยางแท่นเครื่องแท่นเกียร์
ไม่ต้องรับภาระกรรมหนักๆ จากแรงบิดมโหฬารระดับ 470 นิิวตันเมตรมากจนเกินไป
ระบบส่งกำลังทั้งเกียร์ธรรมดาและเกียร์ออโต้กับระบบปรับตั้งการขับเคลื่อน
จาก 2 มาเป็น 4
ล้อโดยที่ผู้ขับไม่จำเป็นต้องจอดรถอกีต่อไปคือการปฏิวัติวงการรถปิกอัพใหม่
หมด การทำงานของเบรคอยู่ในระดับปกติไม่โดดเด่นมากนัก
ประสิทธิภาพของการทรงตัวบนทางฝุ่นอยู่ในระดับที่ดีและช่วยให้การขับลุยไปใน
เส้นทางทุรกันดารไม่เหนื่อยล้ามากนัก
จากระบบช่วยในการทรงตัวทีมีติดตั้งอยู่ใน New BT-50 Pro 3.2 L 4x4


คุณ
อุทัย เจ้าหน้าที่ PR ของ Mazda บอกกับผมว่า
รถใหม่ที่ลูกค้าสั่งจองไม่ต้องรอกันนานเหมือนบางค่ายและสามารถออกรถได้เลย
จากความพร้อมในเรื่องของไลน์การประกอบที่โรงงาน Auto Alliance ของ Mazda
ในจังหวัดระยอง
ซึ่งบริษัทผลิตอะไหล่ที่ใช้ประกอบตัวรถได้รับผลกระทบไม่มากนัก
จากสาเหตุของอุทกภัยครั้งใหญ่ในช่วงปลายปีที่ผ่านมา
ลองไปหาขับทดสอบดูในรุ่นที่คุณเล็งไว้ เปรียบเทียบราคา
อุปกรณ์และสมรรถนะกับปิกอัพรุ่นอื่นๆดูว่าคุณชอบแบบไหนแล้วตัดสินใจเลือกคัน
ที่คุณชอบมากที่สุด ไม่แน่ในช่วงฤดูฝนของปีนี้ คุณอาจขับเจ้า BT-50 Pro
ออกไปช่วยเหลือผู้คนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสภาวะน้ำท่วมเหมือนกับผู้พัน
เบิร์ดก็อาจเป็นได้ ภาพลักษณ์อันแข็งแกร่ง บึกบึนพร้อมลุยของเจ้า Mazda
BT-50 Pro
จะสร้างฮีโร่คนใหม่ที่คอยทำความดีด้วยการออกช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ยามต้อง
ผจญกับภัยพิบัติจากธรรมชาติ
และมันคือสิ่งที่เหมาะสมกับสภาวการณ์แบบนี้อย่างที่สุดแล้ว.





















