พิสูจน์สมรรถนะและประสิทธิภาพของปิกอัพตัวท็อปรุ่นใหม่ล่าสุด
จากค่าย Zoom Zoom รถกระบะฮีโร่ All New Mazda BT-50 Pro
ตอนแรกกับการรีวิวรูปลักษณ์ภายนอก ภายใน อุปกรณ์อำนวยความสะดวก เครื่องยนต์
ช่วงล่าง และระบบความปลอดภัย...
Mr. Takasuke Kobayashi
หัวหน้าทีมวิศวกร ผู้ให้กำเนิดรถปิกอัพรุ่นใหม่ล่าสุดจากบริษัท Mazda
บอกกับผมในช่วงของการขับทดสอบระหว่างเดินทางไปยังเมืองหลวงพระบางว่า
ก่อนการเปิดตัว All New Mazda BT-50 Pro 3 ปี ทีมวิศวกรจากฮิโรชิม่าของค่าย
Mazda ได้พัฒนา และทดสอบตัวรถ BT-50 Model 2012 อย่างหนักในทุกสภาวะอากาศ
ทุกสภาพความสูงและความกดอากาศ การทดสอบด้วยการนำตัวรถ BT-50 Pro ตัว
Prototype (รถต้นแบบ) ออกตระเวนไปทุกท้องถิ่นที่ทุรกันดาร
เพื่อวิ่งทดสอบสมรรถนะของตัวรถ ท่ามกลางอุณหภูมิที่แตกต่างอย่างสุดขั้ว
เช่น รอบๆ
เมืองริยาดของประเทศซาอุดีอาระเบียในช่วงบ่ายที่มีอุณหภูมิพื้นผิวถนนสูง
54 องศาเซลเซียส หรือการวิ่งไปในแถบไซบีเรีย ท่ามกลางอุณหภูมิติดลบ 52
องศาเซลเซียส
ทดสอบสภาพความกดอากาศที่จะส่งผลต่อการทำงานของเครื่องยนต์ทั้งแบบ 2.2 ลิตร
และ 3.2 ลิตร ด้วยการวิ่งลงไปในพื้นที่เหมืองที่อยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเล
200 เมตรในเหมืองเก่าทางตอนใต้ของทวีปออสเตรเลีย


Mr.
Takasuke Kobayashi หัวหน้าทีมวิศวกรจากบริษัท Mazda
ยังทำการทดสอบวการวิ่งของ New BT-50 Pro โดยขึ้นไปที่ระดับความสูง 4,200
เมตรเหนือระดับน้ำทะเล แถบเทือกเขาสูงชันของประเทศโคลัมเบีย
แถมยังนำเอาเจ้าปิกอัพรุ่นใหม่จากค่าย Zoom Zoom คันนี้
มาวิ่งทดสอบการทำงานของระบบหล่อลื่นของเกียร์อัตโนมัติ
โดยใช้การวิ่งในกรุงเทพฯ และแถบชานเมือง
ซึ่งต้องบรรทุกของที่กระบะท้ายแบบเต็มพิกัด เพื่อดูการทำงานของเกียร์
และอุณหภูมิของเหลวที่ใช้ในการหล่อลื่น ขณะที่ต้องรับภารกรรมสูงสุด
เพื่อให้ทุกระบบของการขับเคลื่อนแข็งแกร่ง Mr.Takasuke Kobayashi
ยังขนทีมทดสอบพร้อมด้วยตัวรถต้นแบบไปวิ่งขึ้น -
ลงเขาในแถบแอฟริกาใต้ที่ระดับความสูง 2,700 เมตร โดยที่ตัวรถ New BT-50 Pro
ต้องลางรถพ่วงหนัก 2 ตัน พร้อมสัมภาระที่กระบะอีก 1 ตัน
เพื่อทดสอบการคายไอเสียในระหว่างการบรรทุกหนัก ช่วงทดสอบอันหฤโหดนี้
ผลักดันจักรกลปิกอัพของค่าย Zoom Zoom ให้ต้องรับภารกรรมที่หนักหน่วง
จนทำให้อุณหภูมิที่ท่อไอเสียช่วงต่อกับเครื่องยนต์ด้านหน้าสูงถึง 982
องศาเซลเซียส ร้อนจนโลหะแทบละลาย


ตลอด
ระยะเวลา สำหรับการทำงานในฐานะวิศวกรมาสด้ามากว่า 30 ปี จนถึงวันนี้
Kobayashi หัวหน้าทีมวิศวกรจากบริษัท Mazda ได้รับมอบหมายจากผู้บริหารของ
Mazda ให้รับผิดชอบในการพัฒนารถกระบะ จึงทำให้ Mr.Takasuke Kobayashi
ได้รับข้อมูล และเสียงสะท้อนจากลูกค้ารถกระบะมากกว่าวิศวกรคนอื่นๆ ในบริษัท
การพัฒนารถกระบะของ Kobayashi
นั้นได้แรงบันดาลใจมาจากความเชื่อว่ารถกระบะจะต้องสามารถตอบสนองการใช้งาน
ได้เต็มร้อย ในทุกรูปแบบที่ลูกค้าทั่วโลกต้องการ และนั่นคือแนวทางที่ Mazda
มุ่งมั่นในการพัฒนารถ New BT-50 Pro 2012 รถ BT-50
ในปัจจุบันเป็นรถที่มีรูปลักษณ์ที่โดดเด่น ให้สมรรถนะการขับขี่
และประโยชน์ใช้สอยไม่เป็นรองรถปิกอัพจากค่ายอื่น
เป็นรถกระบะที่อยู่ในตลาดรถปิกอัพของประเทศไทยมายาวนาน
ทีมวิศวกรในฮิโรชิม่า มุ่งมั่นที่จะสร้างรถ New BT-50 Pro
ด้วยนิยามใหม่ที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อนในรถกระบะ
นั่นคือการสร้างรถกระบะที่มีบุคลิกภาพของรถยนต์นั่ง ทีมงานของ Mazda
ได้นำเอานวัตกรรมใหม่ๆ มาใช้
รวมทั้งการออกแบบที่ปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์เดิมทั้งหมด
เพิ่มอุปกรณ์มาตรฐานของรถขึ้นไป จนเทียบเท่ากับรถยนต์นั่งระดับสูงใกล้เคียง
รถเก๋งซีดาน Mazda
วิจัยและออกแบบเครื่องยนต์พร้อมด้วยชุดส่งกำลังใหม่ทั้งหมด
รวมถึงระบบบังคับเลี้ยว
และโครงสร้างของรถเพื่อสร้างความเพลิดเพลินในการขับขี่ตามแบบฉบับ Zoom Zoom
ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะที่โดดเด่นที่สุดของแบรนด์ Mazda


Mazda ยึดมั่นแนวคิด Zoom Zoom แบบยั่งยืน หรือ Mazda’s Sustainable Zoom-Zoom เพื่อให้แน่ใจถึงสมรรถนะที่ดี และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม บริษัทผู้ผลิตรถยนต์จากเมืองฮิโรชิม่าแห่งนี้ ยังได้นำเอาระบบควบคุมการขับขี่แบบใหม่เข้ามาใช้ในตัวรถ New BT-50 Pro เป็นครั้งแรก เพื่อให้สมรรถนะด้านการตอบสนองที่ดีในระหว่างการใช้งาน และความปลอดภัยที่ต้องได้มาตรฐานโลก รวมถึงการเพิ่มความหลากหลายของตัวถัง เครื่องยนต์ และระบบส่งกำลัง รวมถึงการแบ่งระดับของรุ่นต่างๆ ที่มีให้เลือกหลากหลายเพื่อทำให้มันเป็นอีกหนึ่งแนวทางเลือกใช้รถยนต์ปิกอัพ ตามความต้องการของลูกค้าในประเทศไทยมากที่สุด


กลุ่ม
ลูกค้าเป้าหมายของ Mazda New BT-50 Pro 2012 คือ
กลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีแนวทางในการใช้ชีวิตเป็นของตัวเอง
และชอบช่วยเหลือผู้อื่นด้วยการทำความดี ใช้รถกระบะทั้งในธุรกิจการทำงาน
และทำกิจกรรมร่วมกับสมาชิกครอบครัว เดินทางท่องเที่ยวไปยังที่ต่างๆ
เป็นกลุ่มคนที่เลือกใช้ชีวิตในแบบฉบับของตัวเอง กลุ่มลูกค้าของ Mazda
เหล่านี้มองว่ารถที่ใช้สามารถที่จะบ่งบอก และสะท้อนภาพลักษณ์ของตัวเองได้
ซึ่งกลุุ่มลูกค้าเหล่านี้ให้ความสำคัญต่อการดีไซน์
รูปลักษณ์ที่ฉีกกฎเกณฑ์การออกแบบรถกระบะทุกยี่ห้อ
และคุณภาพของรถที่ให้ความไว้วางใจได้
ชอบสไตล์การขับขี่แบบสปอร์ตในสมรรถนะที่ค่ายนี้นำเสนอในรูปแบบ Zoom Zoom
โดยไม่ยอมประนีประนอมในการเลือกใช้ยานพาหนะถึงแม้จะเป็นเพียงแค่รถกระบะ
คนเหล่านี้เองที่ต้องการรถลุยที่มีความแตกต่างทุกด้าน ทั้งรูปทรง
ประสิทธิภาพและสมรรถนะ เทียบเท่าหรือดีกว่ารถกระบะที่มีอยู่ในตลาดทั้งหมด



รถ ปิกอัพ Mazda BT-50 Pro ฉีกแนวทางการออกแบบรถกระบะ ด้วยรูปลักษณ์ที่ถูกปรับเปลี่ยนใหม่หมดทั้งคัน ทีมนักออกแบบของ Mazda ใช้แนวคิดการออกแบบ Sophisticated Beast ที่แสดงออกถึงความภูมิฐานของรถเก๋งภายในค่าย ด้านหน้าที่สวยงามแต่ดูแข็งแรงมีพละกำลังเน้นความคล่องแคล่ว ด้านหน้าของตัวรถทั้งหมด ออกแบบให้มีรูปทรงของกระจังหน้าที่มีขนาดและมิติที่ใหญ่ ดูมั่นคงแข็งแกร่งบึกบึน โดยยึดแนวการออกแบบตามแบบฉบับรถในตระกูล Mazda ในยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะกระจังหน้าทรง 5 เหลี่ยม ไฟหน้าแบบบูมเมอแรง Boomerang Design ในลักษณะเช่นเดียวกับรถยนต์นั่งของ Mazda



การ ออกแบบด้านข้างของ New BT-50 Pro แสดงถึงการปฏิวัติแนวทางการออกแบบรถยนต์ปิกอัพ อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนในประเทศไทย ในการออกแบบรถกระบะที่จะมีรูปทรงแหวกแนวแบบเจ้า BT-50 Pro ที่มีความคล้ายคลึงกับรถซีดานมาก ความยาวของตัวรถถูกยืดให้ยาวออกมากที่สุด เมื่อเทียบกับรถในระดับเดียวกัน มันมีพื้นที่ให้สามารถใส่รายละเอียดในการออกแบบ ทั้งด้วยรูปทรงและพื้นผิวที่กลมกลืนทั่วทั้งคัน ซุ้มล้อหน้าขนาดใหญ่ ได้กลายเป็นวิวัฒนาการของการออกแบบในวงการรถกระบะของปัจจุบัน ที่ถูกปรับใช้มาจากการออกแบบในรถยนต์นั่งของ Mazda ที่ทำให้ตัวถังดูใหญ่ขึ้นและมีมิติที่ดูสมส่วน การออกแบบด้วยรูปทรง พื้นผิวและเส้นสาย ที่สัมพันธ์กันอย่างต่อเนื่องจากซุ้มล้อหน้าไล่ไปจนถึงด้านท้ายรถ



ด้าน หลังถูกกำหนดโดยเส้นคอนทัวร์ไลน์แนวนอนขนาดใหญ่ ทำให้เห็นแสงเงาของเส้น เมื่อแสงตกกระทบ ไฟท้ายดีไซน์ในแนวนอนที่ถูกขยายให้ใหญ่โตเพื่อเพิ่มมุมมองในการใช้งานด้าน ความปลอดภัย ไฟท้ายแบบสองชิ้นกลายเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของรถ BT-50 Pro ที่ไม่เหมือนรถกระบะคันอื่นๆ ในตลาด สามารถบอกได้ว่าเป็นรถกระบะจาก Mazda ทันทีเมื่อมองเห็นด้วยความจงใจจากขั้นตอนของการออกแบบ ล้ออัลลอยขนาด 16 และ 17 นิ้ว มีรูปแบบสอดรับกับเส้นสายของตัวถัง สีภายนอกมีให้เลือก 7 สี รวมถึง 2 สีใหม่ ได้แก่ สีฟ้า กันเมททัล บลู ไมก้า (Gunmetal Blue Mica) สีทอง สปาร์คกลิ้ง โกลด์ ไมก้า (Sparkling Gold Mica)



ภาย ในเน้นความรู้สึกแบบสปอร์ตของผลิตภัณฑ์ภายในค่ายแห่งนี้ ที่มักเน้นรูปแบบที่สื่อให้เห็นถึงความกลมกลืนลงตัวของอุปกรณ์ ภายในของเจ้ารถปิกอัพตัวใหม่จาก Mazda คันนี้ ออกแบบเหมือนกับรถยนต์นั่งแทบจะทุกตำแหน่ง รวมถึงการเลือกใช้วัสดุพวกปุ่ม สวิตช์ รูปทรงของคอนโซล เพื่อสร้างความพอใจให้กับลูกค้าเก่า และลูกค้าใหม่ที่สนใจ การออกแบบเลย์เอาต์คอนโซลหน้าด้วยรูปทรงที่ไม่สมมาตร โดยเป็นมุมเปิดกว้างสำหรับส่วนของผู้โดยสารด้านหน้า และเป็นมุมแคบแบบโอบกระชับล้อมรอบในส่วนของผู้ขับขี่ จึงทำให้ห้องโดยสารด้านหน้า มีความกว้างขวาง และมีพื้นที่ใช้สอยที่เพิ่มขึ้นเช่นเดียวกับรถยนต์นั่ง ในขณะที่ผู้ขับขี่จะมีท่านั่งการขับขี่บนเบาะนั่งที่โอบกระชับแบบสปอร์ต Mazda วางเลย์เอาต์ในส่วนของคนขับที่โอบล้อมให้ผู้ขับขี่เป็นศูนย์กลางหรือ (Wraparound driving environment) ช่วยอำนวยความสะดวกในเรื่องของการใช้อุปกรณ์ภายในพวกปุ่ม สวิตช์ต่างๆ



ภาย ในเลือกใช้โทนสีดำเป็นสีหลัก ตัดกันด้วยชิ้นงานตกแต่งพลาสติกสีเงิน ชิ้นงานตรงแผงประตู คอนโซลกลาง หัวเกียร์ ปุ่มกดที่เบรกมือ มือจับประตูด้านใน มาตรวัดความเร็ว เข็มบอกความเร็ว โดยทำจากหลากหลายชนิดของวัสดุ และเลือกใช้โทนสีเงินที่แตกต่างกันตามความเหมาะสม โดยขึ้นอยู่กับตำแหน่งของชิ้นงานนั้นๆ ชิ้นงานที่ผู้ใช้จะต้องสัมผัสจะเลือกใช้วัสดุที่ทำจากโครเมี่ยม ที่ให้ผิวสัมผัสที่ปราณีต ไม่สะท้อนสายตาเมื่อกระทบกับแสงแดด เบาะนั่งเลือกใช้วัสดุคุณภาพดี มีให้เลือก 3 แบบ ประกอบด้วยเบาะผ้า 2 แบบในรุ่นมาตรฐาน และเบาะหนังแท้สำหรับรุ่นที่สูงขึ้น พื้นที่เหนือศีรษะในห้องโดยสารด้านหน้า มีมากที่สุดจากการขยายเมื่อเปรียบเทียบกับรถในระดับเดียวกัน พื้นที่ช่วงเหนือไหล่ขึ้นไปถือว่าอยู่ในระดับเดียวกันกับรถกระบะในตลาด และห้องโดยสารด้านหลังของรุ่นดับเบิ้ลแค็บมีพื้นที่เหนือศีรษะและพื้นที่ ช่วงขาที่ดีที่สุดดีกว่ารถกระบะอื่นๆ ที่มีอยู่ในตลาด เบาะนั่งออกแบบใหม่เพื่อช่วยลดอาการเมื่อยล้าในการขับขี่ ให้ความสบายในการเดินทาง เบาะหน้าสามารถปรับระดับเพื่อความสะดวกสบาย



ระบบ เครื่องเสียงใน Mazda BT-50 Pro สามารถเล่นวิทยุ CD MP3 พร้อมช่องต่อ AUX และ USB จอแสดงฟังก์ชั่นอเนกประสงค์ Multi-Function Display ขนาด 3.5 นิ้ว แบบ Monochrome Super-Twisted Nematic (STN) หรือ แบบ Dot-Matrix สำหรับรุ่นระดับกลางเป็นต้นไป และแบบ 2-line Display สำหรับรุ่นเริ่มต้น จอแสดงผลวางอยู่ที่ตำแหน่งด้านบนสุดของคอนโซลกลางด้านหน้า เพื่อแสดงการสั่งการการทำงานของระบบเครื่องเสียง การควบคุมทำได้ง่ายด้วยแผงควบคุมที่มีปุ่มควบคุมแบบ Jog Pad อยู่ตรงกลาง และล้อมรอบด้วยปุ่มฟังก์ชั่นการทำงาน อื่นๆ ลำโพงขนาด 6 นิ้ว ประสิทธิภาพสูง ติดตั้งไว้ที่แผงประตูถูกปรับแต่งให้คุณภาพเสียงที่ชัดเจน


เครื่องยนต์และระบบส่งกำลัง
เริ่ม
ต้นจากเครื่องยนต์ใหม่ นั่นก็คือเครื่องยนต์ดีเซล Di-THUNDER PRO 2.2 ลิตร
และ Di-THUNDER PRO 3.2 ลิตร ที่มาพร้อมกับระบบส่งกำลัง เกียร์ธรรมดา 6
สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด
รุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อทุกรุ่นมีฟังก์ชั่นสวิตช์ Shift on-the-fly
ที่ใช้เปลี่ยนระบบขับเคลื่อนระหว่างการขับเคลื่อน 2 ล้อ และ 4 ล้อ
อีกทั้งระบบเฟืองท้ายลิมิเต็ดสลิป (Limited Slip Differential) ในรุ่น
Hi-Racer 4x2 ยกสูง ที่ช่วยเพิ่มความสามารถในการขับขี่แบบออฟโรด


เครื่องยนต์ดีเซลใหม่ Di-THUNDER PRO
เครื่อง
ยนต์ ดีเซล Di-THUNDER PRO 2.2 ลิตร คอมมอนเรล ไดเรคอินเจคชั่น 4 สูบ 16
วาล์ว มีให้เลือกทั้งเครื่องยนต์ระดับกำลังกำลังสูง และระดับปานกลาง
ซึ่งเครื่องยนต์ระดับกำลังสูง ให้กำลังสูงสุดถึง 150 แรงม้า (110kw) ที่
3,700 รอบ แรงบิดสูงสุด 375 นิวตันเมตรที่ 1,500-2,500 รอบ
ให้กำลังมากกว่าเครื่องยนต์ 2.5 ลิตร ที่มีอยู่ในตลาด
รวมถึงมีแรงบิดมากกว่าเครื่อง 2.5 ลิตรรุ่นเก่า ทั้งๆ
ที่ตัวเครื่องมีขนาดความจุ และน้ำหนักลดลง
นับเป็นอีกหนึ่งงานวิศวกรรมที่ประสบความสำเร็จของ Mazda
ในความตั้งใจที่จะลดการใช้เชื้อเพลิง และการปล่อยมลพิษ เครื่องยนต์ดีเซล
Di-THUNDER PRO 3.2 ลิตร ครั้งแรกของ Mazda กับเครื่องยนต์ 5 สูบ
ที่ถูกพัฒนา และวิจัยมาอย่างสมบูรณ์ จากขั้นตอนของการวิ่งทดสอบ
ในสภาพการณ์ที่หฤโหดสุดๆ มันให้ความจุกระบอกสูบขนาดใหญ่แต่มีขนาดกะทัดรัด
ให้ประสิทธิภาพสูง และให้สมรรถนะที่ดี เมื่อเทียบกับรถกระบะในท้องตลาด
กำลัง200 แรงม้า (147kw) ที่ 3,000 รอบ และแรงบิดสูงสุด 470 นิวตันเมตร ที่
1,750-2,500 รอบ เกินพอต่อการใช้งานจริง
เครื่องยนต์ตัวนี้มีอัตราการประหยัดน้ำมันที่ดี และสมรรถนะด้าน NVH
ที่ช่วยให้การขับขี่ในห้องโดยสารเงียบขึ้น
จากการลดเสียงการทำงานของเครื่องยนต์
ในจุดที่มีการเคลื่อนที่ทั้งหมดภายในตัวเครื่อง


ทั้ง เครื่องยนต์ดีเซล Di-THUNDER PRO 2.2 และ 3.2 ลิตร เสื้อสูบทำจากเหล็กหล่อ ออกแบบโดยการใช้โครงสร้างเฟรมแบบขั้นบันไดเพื่อให้ความแข็งแรงมากขึ้น ฝาสูบทำจากอลูมิเนียม ลูกเบี้ยวขับเคลื่อนด้วยโซ่มีอายุการใช้งานยาวนาน ตัวปรับแลชแบบไฮโดรลิค เทคโนโลยีล่าสุดของระบบปั๊มคอมมอนเรลรับแรงดันสูงมากถึง 1,800 บาร์ พร้อมกับหัวฉีดหลายจังหวะควบคุมด้วยความแม่นยำ เทอร์โบแปรผัน Variable-nozzle turbocharger สำหรับเครื่องยนต์ 3.2 ลิตร และ 2.2 ลิตรระดับกำลังสูง สำหรับเครื่องยนต์ 2.2 ลิตรระดับกำลังปานกลางจะมาพร้อมกับเทอร์โบแบบ Fixed-geometry turbocharger ลดความร้อนของไอดีลงด้วยอินเตอร์คูลเลอร์ขนาดใหญ่ ที่ถูกนำมาใช้กับเทอร์โบในทุกๆ รุ่น รวมทั้งระบบการหมุนเวียนไอเสียไหลกลับที่มีประสิทธิภาพสูง ช่วยลดอุณหภูมิการเผาไหม้และปริมาณการปล่อย NOX เครื่องยนต์ดีเซล Di-THUNDER PRO 2.2 ลิตรระดับกำลังสูง และ Di-THUNDER PRO 3.2 ลิตร มาพร้อมกับชุดส่งกำลังซึ่งใช้เกียร์ธรรมดา 6 สปีด หรือเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด


ระบบส่งกำลัง
เกียร์
ธรรมดา 6 สปีด ออกแบบให้คันเกียร์สั้นกระชับเพื่อให้การเปลี่ยนที่รวดเร็ว
ซิงโครไนเซอร์เชื่อมแบบ Rigid ช่วยให้สามารถส่งถ่ายแรงบิดที่สูงได้
ในขณะที่ยังให้การเปลี่ยนเกียร์ที่เบาง่าย และแม่นยำในการใช้งาน
นอกเหนือจากนั้น กลไกการเข้าเกียร์ และอุปกรณ์เชื่อมต่อระหว่างชุดหลัก
และชุดเกียร์ที่เลือก
ถูกออกแบบให้มีการเปลี่ยนเกียร์แบบสปอร์ตด้วยช่วงชักที่สั้นกระชับ
สัญญาณเตือนให้เปลี่ยนเกียร์ Upshift Indicator
แสดงที่มาตรวัดรอบความเร็วเครื่องยนต์
ช่วยให้หลีกเลี่ยงการลากรอบเครื่องยนต์โดยไม่จำเป็น
จึงช่วยให้ประหยัดน้ำมัน เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด
ออกแบบให้อัตราทดเกียร์ในแต่ละเกียร์สัมพันธ์กัน
สามารถครอบคลุมการส่งกำลังที่ดีตั้งแต่รอบเครื่องยนต์ต่ำ ลดมลพิษไอเสีย
รวมทั้งตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองที่ดีขึ้น
เกียร์อัตโนมัติมีกล่องควบคุมการทำงานโดยเฉพาะ
ซึ่งช่วยควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่ความเร็วสูง
โดยจะทำงานร่วมกับระบบควบคุมการทำงานของเครื่องยนต์
เพื่อให้เกิดความสมบูรณ์ของการส่งถ่ายกำลัง ความแม่นยำ
และการตอบสนองต่อการสั่งการของผู้ขับขี่
เทคโนโลยีล่าสุดในการควบคุมเกียร์ที่ใช้ในรถยนต์นั่ง Mazda เช่น Mazda 3
ได้ถูกนำมาใช้กับรถ Mazda BT-50 Pro ประกอบด้วยกลไก Active Adaptive Shift
Control (AAS) และ Sequential Shift Control (SSC) โดย AAS
จะช่วยควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ให้สอดคล้องกับการขับขี่ของผู้ขับขี่
โดยระบบจะเรียนรู้จากพฤติกรรมการขับขี่ในแต่ละสถานการณ์การขับขี่ ในส่วนของ
SSC ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถเลือกโหมดการขับขี่ทั้งโหมดธรรมดา
โหมดเพอร์ฟอร์มานซ์ และโหมดแมนนวล
ผู้ขับขี่สามารถเปลี่ยนเกียร์ด้วยตัวเองได้แบบเกียร์ธรรมดา


ช่วง
ล่างด้านหน้าอิสระแบบปีกนกคู่ (Double-wishbone) และคอยสปริง
ด้านหลังแบบคานแข็งพร้อมชุดแหนบ (Leaf-Spring)
ที่ให้ความนุ่มนวลในการขับขี่ทั้งเมื่อบรรทุกและไม่บรรทุก
มีคุณสมบัติความแข็งแกร่ง เพิ่มเสถียรภาพในการควบคุมรถ
ระบบบังคับเลี้ยวแรคแอนพีเนียน (Rack-and-pinion Steering)
ถูกนำใช้ใหม่เช่นเดียวกับในรถยนต์นั่ง ใช้การยึดด้วยโครงสร้างแบบ Rigid
Mounting ที่ให้ความรู้สึกตอบสนองได้ดี อัตราทดพวงมาลัยที่รวดเร็วมากขึ้น
องศาการเลี้ยวที่เพิ่มมากขึ้นช่วยให้ความสามารถในการบังคับเลี้ยวดีกว่าในรถ
ปิกอัพระดับเดียวกัน
โครงสร้างแชสซีแบบขั้นบันไดถูกพัฒนาขึ้นใหม่ให้มีความแข็งแกร่งสูง
การยึดตัวถังถูกออกแบบใหม่เพื่อช่วยลดการสั่นสะเทือนสู่ห้องโดยสาร Mazda
BT-50 Pro ทุกรุ่นใช้ดิสก์เบรกหน้า คาร์ลิบเปอร์แบบลูกสูบคู่
เส้นผ่าศูนย์กลางของดิสค์เบรกใหญ่ขึ้นมีขนาด 16 นิ้ว ให้สมรรถนะที่ดีขึ้น
การเพิ่มความแข็งแกร่งของโครงสร้างแชสซีและตัวถัง
ออกแบบการยึดเครื่องยนต์และระบบส่งกำลังที่ช่วยลดการสั่นสะเทือน
สามารถช่วยลดเสียงรบกวน NVH ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ให้คุณภาพของห้องโดยสารที่เงียบเช่นเดียวกับรถยนต์นั่ง และสุดท้าย รถ Mazda
BT-50 Pro
มีคุณสมบัติด้านอากาศพลศาสตร์ที่มีการลดค่าสัมประสิทธิแรงต้านทานอากาศลง
ด้วยการผ่านทั้งการทดสอบในคอมพิวเตอร์จำลองและการทดสอบตัวรถจริงในอุโมงค์ลม
จึงช่วยให้เกิดเสถียรภาพในการขับขี่เมื่อใช้ความร็วสูง
ลดเสียงรบกวนในห้องโดยสารได้ดีขึ้น
-ระบบเบรก ABS 4 ล้อ
(Antilock Braking System, 4W-ABS), ระบบป้องกันการลื่นไถล (Traction
Control System, TCS) และ ระบบควบคุมเสถียรภาพและการทรงตัวของรถ (Dynamic
Stability Control, DSC)
-ระบบช่วยเพิ่มแรงเบรกฉุกเฉิน Emergency Brake Assist (EBA): เมื่อมีการเบรกฉุกเฉินระบบจะช่วยเพิ่มแรงเบรกให้มากพอในการหยุดรถ
-Brake Override System (BOS): ระบบอัตโนมัติที่จะตัดการทำงานของคันเร่งในกรณีที่แป้นเบรกและคันเร่งถูกเหยียบในเวาลาเดียวกัน
-สัญญาณ
เตือนการเบรกฉุกเฉิน Emergency Stop Signal (ESS):
เมื่อมีการเบรกในสถานะการณ์ฉุกเฉินเมื่อใช้ความเร็วสูงสัญญาณไฟฉุกเฉินจะ
ปรากฏขึ้น
-ระบบควบคุมการทรงตัวเมื่อบรรทุก Load Adaptive Control
(LAC):
เมื่อมีการบรรทุกสัมภาระระบบจะทำการจับตำแหน่งและน้ำหนักของสัมภาระที่
บรรทุกแล้วควบคุมการทำงานของระบบเบรก ABS 4 ล้อ (4W-ABS),
ระบบป้องกันการลื่นไถล (Traction Control System, TCS)
และระบบควบคุมเสถียรภาพ และการทรงตัวของรถ (Dynamic Stability Control,
DSC) เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเบรก การป้องกันการลื่นไถล เสถียรภาพ
และการทรงตัวของรถ รวมถึงการป้องกันรถพลิกคว่ำ
-ระบบช่วย
การทรงตัวของรถลากขณะลากจูง Trailer Sway Assist (TSA): ขณะลากจูงรถ
เมื่อรถลากเริ่มที่จะส่ายออกด้านข้าง
ระบบจะทำการปรับความเร็วของล้อทั้งด้านซ้าย
และด้านขวาเพื่อรักษาตำแหน่งของรถลากให้เหมาะสม
-ระบบป้องกันรถผลิก
คว่ำ Roll Stability Control (RSC): ระบบทำงานเพื่อตรวจสอบพฤติกรรมของรถ
และควบคุมแรงเบรกในแต่ละล้อเพื่อป้องกันรถผลิกคว่ำ
-ระบบช่วยออกตัว
บนทางชัน Hill Launch Assist (HLA) :
เมื่อรถต้องออกตัวจากการหยุดนิ่งบนถนนที่ลาดชัน
เมื่อผู้ขับขี่ถอนเท้าจากแป้นเบรกเพื่อไปเหยียบคันเร่งระบบจะทำการหยุดรถ
เป็นเวลา 2
วินาทีเพื่อให้ผู้ขับขี่มิต้องกังวลต่อรถที่จะไถลเนื่องจากถนนที่ลาดชัน
ระบบควบคุมการขับขี่ทางลาดเอียง Hill Descent Control


ระบบความปลอดภัยเหล่านี้เป็นออปชั่นในแต่ละรุ่น
การ
ขับขี่ในยามค่ำคืนให้ทัศนวิสัยที่ดี
เช่นเดียวกับในตอนกลางวันหรือแม้กระทั่งกับการขับขี่ในสภาพอากาศที่เลวร้าย
โดยประสิทธิภาพของไฟหน้าพร้อมกับฟังก์ชั่น เปิด-ปิด
ไฟหน้าอัตโนมัติและที่ปัดน้ำฝนอัตโนมัติ กระจกมองหลังตัดแสงสะท้อนอัตโนมัติ
เซ็นเซอร์กะระยะถอย
ติดตั้งอยู่ในบางรุ่นช่วยตรวจจับวัตถุกีดขวางโดยรอบด้านท้ายขณะถอยหลังพร้อม
ทั้งสัญญาณเตือนเมื่อมีสิ่งกีดขวาง
สมรรถนะความปลอดภัยเชิงปกป้องที่มีประสิทธิภาพด้วยความแข็งแรงและแข็งแกร่ง
ของโครงสร้าง (4WD only)
ระบบจะสั่งให้เพิ่มแรงเบรกเพื่อรักษาความเร็วที่ใช้อยู่ให้คงที่


ตัว ถังมี 2 แบบ คือแบบ 4 ประตู (Double Cab) 5 ที่นั่ง และแบบแค็บเปิดได้ฟรีสไตล์แค็ป Freestyle Cab ตอบสนองความต้องการทั้งในชีวิตส่วนตัว และการทำงานได้ดี และมีความหลากหลาย ตัวถังทั้ง 2 แบบของ BT-50 Pro มีความยาว ความกว้าง และความสูงมากกว่ารุ่นปัจจุบัน จึงให้พื้นที่ห้องโดยสารที่กว้างขวาง รวมทั้งพื้นที่ในการบรรทุก การเข้า-ออกห้องโดยสารทำได้ง่าย และสะดวกกว่าในรุ่นปัจจุบันด้วยประตูขนาดใหญ่และมุมองศาที่เปิดได้กว้างมาก ยิ่งขึ้น รุ่นฟรีสไตล์แค็บ หรือ รุ่นแค็บเปิดได้ เอกลักษณ์เฉพาะของมาสด้าที่สามารถเข้า-ออกได้สะดวกง่ายดายรวมถึงการจัดเก็บ หรือเคลื่อนย้ายสัมภาระ รุ่นดับเบิ้ลแค็บขับเคลื่อน 4 ล้อ (Double Cab, 4WD), รุ่นฟรีสไตล์แค็บขับเคลื่อน 4 ล้อ (Freestyle Cab, 4WD) และรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อแบบยกสูง (2WD Hi-Racer) ติดตั้งบันไดข้างเพื่อความสะดวกและง่ายในการก้าวขึ้นและลงจากรถ.

Mazda BT-50 Pro 2.2L 2012 Specifications
เครื่องยนต์......................ดีเซล 4 สูบแถวเรียง DOHC 16 วาล์ว
ปริมาตรความจุ..............2,196 ซีซี
ระบบอัดอากาศ..............เทอร์โบ อินเตอร์คูลเลอร์
กระบอกสูบxช่วงชัก........86.0 มิลลิเมตร x 94.0 มิลลิเมตร
อัตราส่วนกำลังอัด..........15:.5:1
แรงม้าสูงสุด...................150 แรงม้าที่ 3,700 รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด...................375 นิวตันเมตรที่ 1,500-2,500 รอบต่อนาที
มาตรฐานไอเสีย..............EURO-4
ระบบส่งกำลัง.................เกียร์ธรรมดา 6สปีด / เกียร์อัตโนมัต 6 สปีดพร้อมระบบ SSC
ระบบกันสะเทือน
ด้านหน้า.........................อิสระแบบปีกนกคู่ (Double-wishbone) คอยสปริง เหล็กกันโคลง โช้คอัพแบบสองจังหวะ
ด้านหลัง.........................คานแข็งพร้อมชุดแหนบแผ่นซ้อน (Leaf-Spring) โช้คอัพแบบสองจังหวะ ทแยงมุม
ระบบบังคับเลี้ยว............พวงมาลัยแร็คแอนพีเนียนพร้อมเพาเวอร์ผ่อนแรง ERS
ระบบเบรค
ด้านหน้า.........................ดิสก์เบรก คาร์ลิบเปอร์แบบลูกสูบคู่ เส้นผ่าศูนย์กลางขนาด 16 นิ้ว
ด้านหลัง.........................ดรัมเบรก พร้อมระบบปรับแรงดันเบรกอัตโนมัติ
ล้อและยาง......................ล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว ยาง 265/65/R17 ทั้ง 4 ล้อ
มิติตัวถัง.........................(รุ่น 2.2 Hi-Racer)
ความกว้าง.....................1,850 มิลลิเมตร
ความยาว.......................5,365 มิลลิเมตร
ความสูง.........................1,716 มิลลิเมตร
ความจุถังเชื้อเพลิง.........80 ลิตร
ราคา..............................
Mazda BT-50 Pro 3.2L 4x4 2012 Specifications
เครื่องยนต์......................ดีเซล 5 สูบแถวเรียง DOHC 16 วาว์ล
ปริมาตรความจุ..............3,198 ซีซี
ระบบอัดอากาศ..............เทอร์โบ อินเตอร์คูลเลอร์
กระบอกสูบxช่วงชัก........89.9 มิลลิเมตร x 100.7 มิลลิเมตร
อัตราส่วนกำลังอัด..........15:.5:1
แรงม้าสูงสุด...................200 แรงม้าที่ 3,000 รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด...................470 นิวตันเมตรที่ 1,750-2,500 รอบต่อนาที
มาตรฐานไอเสีย..............EURO-4
ระบบส่งกำลัง.................เกียร์ธรรมดา 6 สปีด / เกียร์อัตโนมัต 6 สปีดพร้อมระบบ SSC
ระบบกันสะเทือน
ด้านหน้า.........................อิสระแบบปีกนกคู่ (Double-wishbone) คอยสปริง เหล็กกันโคลง โช้คอัพแบบสองจังหวะ
ด้านหลัง.........................คานแข็งพร้อมชุดแหนบแผ่นซ้อน (Leaf-Spring) โช้คอัพแบบสองจังหวะ ทแยงมุม
ระบบบังคับเลี้ยว............พวงมาลัยแร็คแอนพีเนียนพร้อมเพาเวอร์ผ่อนแรง ERS
ระบบเบรค
ด้านหน้า.........................ดิสก์เบรก คาร์ลิบเปอร์แบบลูกสูบคู่ เส้นผ่าศูนย์กลางขนาด 16 นิ้ว
ด้านหลัง.........................ดรัมเบรก พร้อมระบบปรับแรงดันเบรกอัตโนมัติ
ล้อและยาง......................ล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว ยาง 265/65/R17 ทั้ง 4 ล้อ
มิติตัวถัง.........................(รุ่น 3.2R 6-AT )
ความกว้าง.....................1,850 มิลลิเมตร
ความยาว.......................5,365 มิลลิเมตร
ความสูง.........................1,821 มิลลิเมตร
ความจุถังเชื้อเพลิง.........80 ลิตร
ราคา
Ø รุ่นฟรีสไตล์แค็บ4x2 S 2.2L เกียร์ธรรมดา 6 สปีด สีเมทัลลิก ราคา 589,000 บาท
Ø รุ่นฟรีสไตล์แค็บ 4x2 V 2.2L เกียร์ธรรมดา 6 สปีด สีเมทัลลิก ราคา 639,000 บาท
Ø รุ่นฟรีสไตล์แค็บ 4x2 V2.2L ABS เกียร์ธรรมดา 6 สปีด สีเมทัลลิก ราคา 683,000 บาท
Ø รุ่นฟรีสไตล์แค็บ 4x2 V 2.2L Hi-Racerเกียร์ธรรมดา 6 สปีด สีเมทัลลิก ราคา 659,000 บาท
Ø รุ่นฟรีสไตล์แค็บ 4x2 V2.2L Hi-Racer ABS เกียร์ธรรมดา 6 สปีดสีเมทัลลิก ราคา 715,000 บาท
Ø รุ่นฟรีสไตล์แค็บ 4x4 R 3.2L เกียร์ธรรมดา 6 สปีด สีเมทัลลิก ราคา 814,000 บาท
Ø รุ่นดับเบิ้ลแค็บ 4x2 S 2.2L เกียร์ธรรมดา 6 สปีด สีเมทัลลิก ราคา 629,000 บาท
Ø รุ่นดับเบิ้ลแค็บ 4x2 V 2.2L เกียร์ธรรมดา 6 สปีด สีเมทัลลิก ราคา 724,000 บาท
Ø รุ่นดับเบิ้ลแค็บ 4x2 V 2.2L ABS เกียร์ธรรมดา 6 สปีด สีเมทัลลิก ราคา 764,000 บาท
Ø รุ่นดับเบิ้ลแค็บ 4x2 V 2.2L Hi-Racerเกียร์ธรรมดา 6 สปีด สีเมทัลลิก ราคา 746,000 บาท
Ø รุ่นดับเบิ้ลแค็บ 4x2 V 2.2L Hi-Racer ราคา 874,000 บาท ABS + เบาะหนัง + CruiseControl เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด สีเมทัลลิก
Ø รุ่นดับเบิ้ลแค็บ 4x4 R 3.2L ABS+DSC เกียร์ธรรมดา 6 สปีด สีเมทัลลิก ราคา 943,000 บาท
Ø รุ่นดับเบิ้ลแค็บ 4x4 R 3.2Lราคา 988,000 บาทABS + DSC + เบาะหนัง + Cruise Control เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด สีเมทัลลิก





















